Showing posts with label Food. Show all posts
Showing posts with label Food. Show all posts

Thursday, August 11, 2016

แบ่งปันอาชีพเสริมชี้ช่ิิองรวย ไข่ปิ้งไม่ละ 20 บาท ทำขายได้กำไรมากกว่าที่คิด สูตรนี้ทำตามเลย

แบ่งปันอาชีพเสริมชี้ช่ิิองรวย ไข่ปิ้งไม่ละ 20 บาท ทำขายได้กำไรมากกว่าที่คิด สูตรนี้ทำตามเลย



ส่วนผสมไข่ปิ้ง ไข่ทรงเครื่อง


ไข่ไก่ 10 ฟอง
เกลือป่น ½ ช้อนชา
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า ½ ถ้วย
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำไข่ปิ้ง ไข่ทรงเครื่อง

เจาะเปลือกไข่ให้เป็นรูเล็กๆเพียงด้านเดียว จากนั้นเทไข่ออกให้หมดทำจนหมดจำนวนไข่ที่เตรียมไว้
ใช้ตะกร้อมือตีไข่ที่เทออกมาแล้วปรุงรสด้วย เกลือป่น พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำเปล่า ตีจนส่วนผสมเข้ากัน
จากนั้นนำมากรองด้วยกระชอน แล้วกรอกส่วนผสมที่ได้ลงในเปลือกไข่อย่าใส่เต็มมาก เพราะเวลานึ่งไข่จะล้นออกมา
นำไข่เรียงลงในลังถึงนึ่งด้วยไฟอ่อนๆจนสุก พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปเสียบ ไม้ปลายแหลมนำไปปิ้งพร้อมขาย
เคล็ดลับความอร่อย

ความอร่อยของไข่ปิ้งทรงเครื่อง ขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสมต่างๆ หากทำขายหารายได้พิเศษไม่ควรปรุงให้มีรสจัด เพราะส่วนใหญ่นิยมกินเล่นแก้อาการหิว
ก่อนเจาะเปลือกไข่ ควรล้างทำความสะอาดไข่ก่อนทุกครั้ง
การนึ่งต้องนึ่งด้วยไฟอ่อนๆ เพราะหากนึ่งด้วยไฟแรงจะทำให้ไข่แตกได้
การเจาะเปลือกไข่ไม่ควรเจาะให้กว้างมากเกินไป เพราะจะทำให้ไข่ล้นออกมาได้ง่าย และดูไม่สวยเมื่อนำไปเสียบไม้ปิ้ง

Credit:http://nanakhaos.blogspot.com/2016/06/20.html

"หมูกรอบ"ใช้วิธี ต้ม>อบ>ทอด( ใช้หม้ออบลมร้อนหรือเตาอบ ) น่ากินแบบนี้ ยอม..อ้วน ค่ะ

"หมูกรอบ"ใช้วิธี ต้ม>อบ>ทอด( ใช้หม้ออบลมร้อนหรือเตาอบ ) น่ากินแบบนี้ ยอม..อ้วน ค่ะ




ส่วนผสม

1.หมูสามชั้น 1โลครึ่ง
2.เกลือ นิดหน่อย
3.น้ำส้มสายชู 1ถ้วยตวง
4.น้ำสะอาด พอท่วมหมู


วิธีทำ

1.ล้างหมูให้สะอาด แล้วนำไปใส่หม้อ จากนั้นเติมน้ำให้ท่วมหมู แล้วต้มทิ้งไว้ประมาณ20นาที

2.ช้อนหมูขึ้นมา แล้วใช้ตะเกียบหรือส้อมจิ้มหนังหมู ให้ทั่ว (ยิ่งจิ้มทั่วยิ่งพอง)

3.ทาน้ำส้มสายชูและเกลือที่หนังหมู (น้ำส้มสายชูจะทำให้หนังหมูแห้งและตึง)

4.นำไปอบ ในหม้ออบ100 C เป็นเวลา30นาที จะสังเกตเห็นว่าหนังหมูจะแห้ง( หรือเตาอบ)

5.จากนั้น นำไปอบต่อที่อุณหภูมิ 220 C 30 นาที แล้วปรับอุณหภูมิลดลงเป็น 180 C อีก 30 นาที

6.นำหมูที่อบแล้ว นำไปทอดเฉพาะ หนังเท่านั้น หนังจะพอง กรอบ ใช้น้ำมันทอดนิดเดียว พอให้ท่วมหนังหมูเท่านั้น

7.นำมาสับแล้วรับประทานกับซีอิ๊วพริกได้เลยจ้า

(สูตรนี้ใช้กับเตาอบได้นะคะ แต่รอบนี้ใช้หม้ออบลมร้อนนะคะ แม่บอกว่าใช้เตาใหญ่เดี๋ยวเลอะ เพิ่งถอยมาใหม่ อิอิ)



Credit:http://ww food clip.com/news5921.html

เช็คด่วน! 4 กลุ่มคนที่ต้องคุมน้ำหนักด้วย “โปรตีน”

สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนที่อยากผอมลง ใช้วิธีอดอาหาร ลดอาหารทุกประเภท ไล่มาตั้งแต่แป้ง น้ำตาล ยันโปรตีน แล้วทานแต่ผัก และผลไม้ หรือเกลือแร่ และวิตามินเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ยังมีคนบางกลุ่มที่ “โปรตีน” เป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก ห้ามขาดโดยเด็ดขาด จะมีใครบ้างตามไปดูกันเลย!





1. กลุ่มนักเพาะกาย

เมื่อต้องสร้างกล้ามเนื้อ โปรตีนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะโปรตีน เป็นแหล่งสำคัญของกรดอะมีโน ที่จะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ถ้าร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน แต่ไม่มีอิฐเพียงพอนั่นเอง


2. คนที่น้ำหนักขึ้นง่าย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหารแนะนำว่า การรับประทานโปรตีนมากๆ ช่วยให้อิ่มนาน เพราะโปรตีนย่อยยาก นอกจากนั้นโปรตีน ยังช่วยให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดคงที่ ทำให้ลดความอยากรับประทานของหวานลงได้ ดังนั้น ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักไม่ควรงดโปรตีน ในทางตรงข้าม ควรเพิ่มโปรตีนเพื่อให้ไม่รู้สึกหิวบ่อยๆ ลดความอยากอาหาร และกล้ามเนื้อก็ยังคงอยู่


3. ผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนัก เพราะชอบรับประทานของหวาน และคาร์โบไฮเดรต

ถ้าหากว่า ข้าว ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว เป็นอาหารโปรดของคุณ เห็นทีจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคเสียแล้วล่ะ ลองลดอาหารพวกนี้ลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นโปรตีนคุณภาพสูงดีกว่า เช่น ไข่ขาว ปลา เนื้อไม่ติดมัน คุณจะได้ปริมาณแคลอรี่เพิ่มมากขึ้นจากโปรตีนพวกนี้ ซึ่งดีกว่าการบริโภคน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งมันจะช่วยลดความดันโลหิต ลดปริมาณไขมัน LDL ที่สะสมในร่างกาย นอกจากน้ำหนักที่ลดลงแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วย


4. ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ

ในวัย 50 ขึ้นไปควรได้รับปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น เพราะคนวัยนี้มีความเสี่ยงต่อสภาวะกล้ามเนื้อพร่อง หรือการสูญเสียกล้ามเนื้อนั้นเอง ในปี 2015 โรงเรียนแพทย์ในรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา แนะนำว่า คนในวัย 52 -75 ปี ควรรักษากล้ามเนื้อ แต่คนในวัยนี้ ก็มีความเสี่ยงของภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ ดังนั้นโปรตีนที่จะบริโภคเข้าไปนั้น อาจจะเป็นโปรตีนจากแหล่งอื่น ที่ไม่ใช่เนื้อแดง ไข่ และนม แต่เป็น โปรตีนจากถั่ว เมล็ดพืช และปลา แทน

อย่าคิดว่าการอดอาหาร คือการลดน้ำหนักเป็นอันขาดเลยนะคะ เคล็ดลับง่ายๆ ในการลดน้ำหนัก มีแค่การลดปริมาณอาหารที่ให้พลังงานสูง (แป้ง น้ำตาล ไขมันชนิดไม่ดี) และให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ด้วยการออกกำลังกาย จากนั้นก็เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย ทำไปเรื่อยๆ หลายๆ เดือน รับรองว่าเห็นผลดี และปลอดภัยกว่าการทานยา หรืออาหารเสริมแน่นอนค่ะ


Credit:http://nanakhaos.blogspot.com/2016/06/4_26.html

ทำมาหากิน "ปีกกลางไก่ทอด "ข้าวเหนียว สีชมพูสวยฟรุ้งฟริ้ง ..ลองทำกันดูมั้ย

ทำมาหากิน "ปีกกลางไก่ทอด "ข้าวเหนียว สีชมพูสวยฟรุ้งฟริ้ง ..ลองทำกันดูมั้ย




 ส่วนผสม


-ปีกกลาง 2 กิโล
-ผงปรุงรส 2 ชต.
-แป้งอเนกประสงค์
-น้ำมันพืชสำหรับทอด




ใช้ไก่ปีกกลาง2กิโล ผงปรุงรส2ชต.คลุกให้เข้ากัน หมัก2ชั่วโมงในตู้เย็น หรือนานกว่านั้นก็ได้ค่ะ เวลาจะทอด นำออกมาคลุกแป้งอเนกประสงค์ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี เตรียมน้ำมันพืชสำหรับทอด ให้น้ำมันร้อนจัด ใส่ไก่ลงทอด แล้วหรี่ไฟลงเป็นไฟกลาง ทอดจนเหลืองแล้วกลับด้าน พอเกือบจะใช้ได้ให้เร่งไฟแรงอีกครั้ง ไก่จะเหลืองสวยและไม่อมน้ำมัน ตักขึ้นใส่กระชอน แล้วใส่จาน พร้อมทานค่ะ

ข้าวเหนียวใช้วิธีหุงในหม้อหุงข้าวนะคะ แค่หยดสีชมพูลงไปเล็กน้อยแล้วกดหุงได้เลยค่า


Credit:http://www.starp.com/news5850.html

Wednesday, August 10, 2016

สูตร 'ขนมปังอร่อยๆ" สูตรนี้ นิ่ม อร่อย อยู่ 3 วัน ก็ยังนิ่มอยู่ ตอนนี้เป็นอาชีพเสริมได้แล้วค่ะ

สูตร 'ขนมปังอร่อยๆ" สูตรนี้ นิ่ม อร่อย อยู่ 3 วัน ก็ยังนิ่มอยู่ ตอนนี้เป็นอาชีพเสริมได้แล้วค่ะ



ส่วนผสมค่ะ

- แป้งขนมปัง "หงษ์ขาว"          : 480 กรัม
- แป้งเอนกประสงค์ "บัวแดง"    : 120 กรัม
- ยีสต์ แห้ง                                  : 10 กรัม
- น้ำเปล่า                               : 355 กรัม
- น้ำตาลทราย                         : 150 กรัม
- เกลือ                                   : 1 ช้อนชา
- ไข่ไก่ (เราใช้เบอร์ 4)              : 1 ฟอง
- เนยสดนุ่มๆ                            : 90 กรัม



วิธีทำ

- ผสมแป้ง ทั้ง 2 ชนิด ตามด้วยยีสต์ คนพอเข้ากัน รอไว้ก่อน (ส่วนผสมที่ 1)

- ผสมน้ำเปล่า น้ำตาลทราย เกลือ ไข่ไก่ คนให้ละลาย รอไว้ก่อน (ส่วนผสมที่ 2)

- ใส่แป้ง (ส่วนผสมที่ 1) เปิดเครื่องผสมให้เข้าสัก 1 นาทีค่ะ

- เติมส่วนของเหลว (ส่วนผสมที่ 2) ตีต่อไปเรื่อยๆ จนจับกับเป็นก้อนไม่ติดโถตี ประมาณ 15 นาที

- เติมเนยสด ตีต่ออีก 15 นาทีค่ะ ดึงแป้งแล้วจะเป็นฟิล์มบางๆ เป็นอันใช้ได้

- เอาแป้งออกจากเครื่อง ก็ไล่ลมสักนิดนึง คลึงกลม แร็ปกันอากาศ และพักแป้งรอบแรกประมาณ 45 นาทีค่ะ


Credit:http://wwwnews today.com/news6320.html

เปิดร้านแล้ว"ทาโกะยากิ"เอาสูตรที่ทำขายมาแบ่งปันค่ะ ทำขายฉ่ำแบบนี้ค่ะ ไม่มีกั๊กเครื่อง

เปิดร้านแล้ว"ทาโกะยากิ"เอาสูตรที่ทำขายมาแบ่งปันค่ะ ทำขายฉ่ำแบบนี้ค่ะ ไม่มีกั๊กเครื่อง



เอาสูตรที่ทำขายมาแบ่งปันค่ะ

• แป้งว่าว (แป้งเอนกประสงค์) 1+ ½ถ้วยตวง
• แป้งพัดโบก (แป้งเค้ก) ½ ถ้วยตวง
• ผงซุปปลาโอ 1 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
• ไข่ไก่ 2 ฟอง

ส่วนผสมทั้งหมดตีให้เข้ากันค่ะ

ส่วนเนื้อสัตว์/ผัก แล้วแต่คนชอบนะคะ
เราใช้เนื้อหนวดปลาหมึกยักษ์นึ่งสุก/ทูน่า/ปูอัด/เบค่อน ใส่กะหล่ำปลีเขียว,ม่วง กับแครอทขูดฝอยลงไปด้วย ลงมือปั้นก้อนทาโกะให้กลมในกระทะเตากันค่ะ กว่าจะกลมก็หมดแป้งกันไปหลายถังอยู่ แต่สู้สู้นะคะ ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝน ไฟ๊ติ้งงงง ~

น้ำที่ราด ใช้เป็นซอสโอโคโนมิ/ซอสทงคัสสึ หรือตามรสชาดที่ชอบเลยค่ะ ราดทับด้วยมายองเนสอีกที

 ปรับสูตรได้ตามใจชอบ ตามสะดวกเลยค่า


Credit:http://www .9999 ,com/news6071.html

Monday, August 8, 2016

"ปูไข่หลนกะทิ" รสเด็ด สูตรอร่อย ครัวลอยฟ้า ดูสูตรกันเลย....

"ปูไข่หลนกะทิ" รสเด็ด สูตรอร่อย ครัวลอยฟ้า ดูสูตรกันเลย....



เครื่องปรุง

 1.ปูไข่เนื้อแน่น 1 ตัว
 2.กระชายหั่นซอย 2 ราก
 3.ตะไคร้หั่นซอย 1 ต้น
 4.ใบมะกรูดหั่นซอย 5 ใบ
 5.หอมแดงหั่นซอย 4 หัว
 6.พริกชี้ฟ้าหั่นตามยาว 3 ดอก
 7.น้ำตาลมะพร้ว 1 ช้อนโต๊ะ
 8.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
 9.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
 10.น้ำกะทิสด 4 ทัพพี

 วิธีทำ

 1.ล้างปูไข่ให้สะอาด ลอกกระดองออกจากตัวปูแล้วหั่นเป็นชิ้นพักไว้
 2.เทกะทิใส่กระทะรอให้น้ำกะทิร้อนจนเดือดจึงใส่กระชาย ตะไคร้ หอมแดง ลงผัด
 3.นำปูไข่ใส่ลงรวนกับน้ำกะทิจนเนื้อและไข่ปูเริ่มสุก
 4.ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำปลา ชิมรสให้อร่อยถูกใจ
 5.ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า ลงรวนจนสุกทั่วจึงตักใส่ชาม
 ปูไข่หลน กินกับผักสดแตงกวา มะเขือเปาะ ผักกะหล่ำ ขมิ้นขาว ถั่วฝักยาว ไข่จากกระดองปูสดๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ



Credit:http://www. news best food 2016com/news5123.html

Monday, August 1, 2016

ใครยังไม่มีสูตร รีบจดเลย!! แจกฟรี..สูตรเด็ดทำ “น้ำจิ้มลูกชิ้น มะขามเปียก” ขายคู่กับลูกชิ้นปิ้ง ปังแน่นอน!!

ใครยังไม่มีสูตร รีบจดเลย!! แจกฟรี..สูตรเด็ดทำ “น้ำจิ้มลูกชิ้น มะขามเปียก” ขายคู่กับลูกชิ้นปิ้ง ปังแน่นอน!!




ส่วนผสม

1.พริกชี้ฟ้าแดง 500 กรัม

2.กระเทียมแกะเปลือกออกให้เกลี้ยง 300 กรัม

3.มะขามเปียกคั้นน้ำแล้ว 300 กรัม(หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับรสชาติของมะขาม)

4.น้ำตาลปีบ 700 กรัม

5.น้ำตาลทราย 300 กรัม

6.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

7.มะเขือเทศ 500 กรัม


วิธีทำ

1.นำมะขามเปียกแช่น้ำแล้วแล้วคั้นเอาแต่น้ำและเนื้อมะขาม จากนั้นนำไปใส่โถปั่น ปั่นให้ละเอียด

2.ใส่น้ำตาลปีบและน้ำตาลทรายลงในหม้อนำไปตั้งไฟเคี่ยวด้วยไฟกลางรอจนกว่าน้ำตาลละลาย

3.นำพริกชี้ฟ้า กระเทียม มะเขือเทศ น้ำมะขามเปียก ใส่โถปั่นอาจเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อยปั่นจนละเอียดตามที่เราต้องการ นำส่วนผสมทั้งหมดไปเทใส่หม้อน้ำเชื่อมเติมเกลือป่น ชิมรส เคี่ยวต่อโดยใช้ไฟกลางจนน้ำเชื่อมเริ่มเหนียว พักไว้ให้เย็นนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ขายได้หลายวันค่ะ


4.สำหรับสูตรเผ็ดน้อยให้ลดจำนวนพริกลง สูตรน้ำจิ้มรสเด็ดสามารถเพิ่มลดส่วนผสมได้เล็กน้อย เพื่อให้ได้รสที่กลมกล่อมการทำน้ำจิ้มลูกชิ้น เพื่อขายคู่กับลูกชิ้นปิ้งเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงาน ควรทำอย่างน้อย

Credit:http://chupthailand.blogspot.com/2016/06/blog-post_25.html

แซ่บลืมโลก!! จี๊ดจ๊าดถึงใจ! สูตรยำมะนาว ทั้งเปรี้ยว ทั้งแซ่บ แค่เห็นก็น้ำลายสอ!

แซ่บลืมโลก!! จี๊ดจ๊าดถึงใจ! สูตรยำมะนาว ทั้งเปรี้ยว ทั้งแซ่บ แค่เห็นก็น้ำลายสอ!




จี๊ดจ๊าด! สูตรยำมะนาว ทั้งเปรี้ยว ทั้งแซ่บ แค่เห็นก็น้ำลายสอ!

เราลองมาดูวัตถุดิบที่ต้องใช้ก่อน…

-มะนาว 2 ลูกเล็ก
-น้ำปลา 2 ช้อน
-น้ำตาล 2 ช้อน
-ตัดด้วยเกลือนิดนึง
-อายิโนะโมโต๊ะสักหน่อย
-รสดีสักจิ๊ด
-พริกเยอะๆ

ขั้นตอนการยำนะคะ

ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ คลุกเคล้าเครื่องปรุงของเราให้เข้ากัน ใครชอบเผ็ดมากก็ใส่พริกเข้าไปเยอะหน่อย หรือใครจะใส่เครื่องอื่นๆเข้าไปอย่าง หมูสับ กุ้งแห้ง ปลาแห้ง หรือของกินเครื่องเคียงก็ไม่เลวเลยล่ะ สามารถดัดแปลงได้หลากหลายเลยด้วย

Credit : http://www.khaoza.net/2015/11/blog-post_16.html

Sunday, July 31, 2016

อาหารอิงกรุ๊ปเลือด O และ B


 หลายคนคงเคยสงสัยว่า ถ้าอยากมีสุขภาพดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมานั่งรับประทานแต่อาหารเหมือนๆ กันกับคนอื่นๆ เช่น ต้องทานแต่น้ำเต้าหู้ งดทานเนื้อสัตว์ หรือออกกำลังกายด้วยวิธีเดียวกัน บุคคลแต่ละคนมีอุปนิสัยแตกต่างกันตามกรุ๊ปเลือด แน่นอนสารเคมีในร่างกาย ก็ย่อมแตกต่างกันตามกรุ๊ปเลือดด้วย ดังนั้น การทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด อาจจะเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ มีหลายๆ คนได้ปฎิบัติตามและพบว่าน้ำหนักลดลง และดูเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นอีกด้วย




   เลือดกรุ๊ป โอ
          หากคุณมีเลือดกรุ๊ปโอ คุณเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง และชอบเสี่ยง ถือกันว่าเลือดกรุ๊ปโอ เป็นกลุ่มเลือดที่      

          - รับประทานเนื้อวัว, เนื้อปลา (หลีกเลี่ยงเนื้อหมูทุกชนิด) ผัก และผลไม้มากๆ
          - งดแป้งสาลี
          - ออกกำลังกายแบบหนัก อย่างเช่น แอโรบิก






  แต่ถ้าหากคุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก หรือส่วนเกิน ลองงดรับประทานอาหารที่ทำจากแป้งสาลีทุกชนิด เช่น ขนมปัง เค้ก และทานข้าวให้น้อยลง คุณจะพบว่าน้ำหนักและส่วนเกินลดลง ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น

          บุคคลที่มีเลือดกรุ๊ปโอที่มีชื่อเสียง : โรนัลด์ เรแกน, พระราชินีอลิซาเบธที่ 2, อัล คาโปน



          เลือดกรุ๊ปบี

          หากคุณมีเลือดกรุ๊ปบี ถือว่าคุณเป็นคนที่โชคดี เพราะเป็นกลุ่มเลือดที่สมดุลที่สุดเนื่องจากเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และมีระบบย่อยอาหารดี จึงมีความสมดุลในชีวิต รับประทานอาหารได้เกือบทุกประเภท ฉะนั้นคุณควร

          - รับประทานอาหารได้ทั้งเนื้อ ปลา และผัก (แต่ควรงดเนื้อหมู)
          - รับประทานผลิตภัณฑ์จากนมได้ทุกชนิดโดยไม่แพ้
          - ออกกำลังกายปานกลาง อย่างเช่น ว่ายน้ำ หรือ เดิน

 แต่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบประสาท ถ้ารับประทานอาหารผิดประเภท คนเอเซีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนกรุ๊ปเลือดบี ดังนั้นการรักษาของแพทย์จีนจึงเน้นความสมดุลตามแบบคนเลือดกรุ๊ปบี

Credit:today thai news

Friday, July 29, 2016

รู้ไว้ก่อนสาย !! ห้ามล้างเนื้อไก่ก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะอะไรมาดูกัน !!

รู้ไว้ก่อนสาย !! ห้ามล้างเนื้อไก่ก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะอะไรมาดูกัน !!







มีคนแชร์อันนี้กัน แล้วก็มีคนถามกันเยอะว่าจริงเหรอ ที่ว่าเวลาจะทำอาหารเอาไก่มา อย่าล้างไก่ เพราะจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคCampylobacterได้
หลายคนเชื่อ
หลายคนไม่เชื่อบอกว่าไร้สาระ


สรุปตรงนี้ก่อนว่าจริง ส่วนจะทำตามไหมลองอ่านดูก่อน

1. ถ้าไปดูพวกฝรั่งทำอาหารแบบถูกสุขลักษณะ เนื้อสัตว์ทั้งหลายของเขา เวลาทำอาหารมักจะแนะนำให้เอาออกจากช่องแช่แล้วทำอาหารเลย หั่นกันแบบแข็งๆ

2. ในทางเดินอาหารของไก่ มีแบคทีเรียเช่น Salmonella และ Campylobacter ซึ่งก่อโรคท้องเสียได้
3. เวลาซื้อเนื้อมา ก็มีโอกาสที่เชื้อจะติดมากับเนื้อได้ จากเชื้อที่มีในสัตว์ตัวนั้น
4. เขาไม่ล้าง เพราะว่าขั้นตอนในการที่เนื้อจะมาถึงผู้บริโภค ไม่ควรไปปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งแวดล้อม ... ถ้าจะมีเชื้อต้องเป็นเชื้อจากเนื้อสัตว์เท่านั้น
5. ถ้าเชื้อเกิดปนเปื้อนจากมือคนขาย คนขายเอาไปทำตกพื้น แผงที่วางไม่สะอาด การล้างก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะว่าเชื้อมันอยู่ในเนื้อด้วย ... ซึ่งพอลงหม้อเดือดๆก็ตายอยู่ดี
6. ถ้าเราล้าง เพราะว่ามันมีของเปื้อน ... เช่น เห็นเศษหญ้า เห็นแมลงวันตายติดอยู่ เห็นขาแมลงสาบ ... ก็ไม่ควรกินแต่แรกอยู่แล้ว ... (และการล้างก็ไม่ได้เอาเชื้อออกเท่าใดนักอยู่ดี)
7. การล้างเนื้อสัตว์ ... กระเด็นแน่นอน ... ใครที่ล้างผักแช่ผักในด่างทับทิมจะรู้เลยว่าหยดน้ำมันไปได้ไกล ... แต่ทีนี้พอล้างไก่ล้างเนื้อ เรามองไม่เห็นสีเราเลยเข้าใจว่าไม่มีอะไร
8. ถ้าน้ำกระเด็นไปแล้วเราไม่ได้เช็ด พอเราเช็ดอ่างเสร็จแล้วดันเอามือไปแตะแล้วไปจับแก้วจับช้อน ก็ติดเชื้อต่อได้
9. เชื้อ Campylobacter ในไทย อาจจะมีปัญหาไม่มากในผู้ใหญ่เท่าฝรั่ง เพราะว่าเรากินอาหารสุกเยอะหน่อย แต่ถ้าใครกินผักสดและไปล้างผักตรงอ่างนั้น ก็เสี่ยงได้เหมือนกัน
10. Cross contamination คือการแพร่เชื้อที่เจอได้บ่อยโคตรๆในไทย เหตุการณ์ที่ผ่านๆมาหลายครั้ง คนกินอาหารสุกดี แต่ว่าดันท้องเสียหลายๆคนพร้อมกัน ก็เพราะ Cross contamination แบบนี้แหละ

แต่ถ้าใครจะล้างจริงๆ เพราะกลัวความสกปรก ก็อาจจะพอล้างได้ เพียงแต่ว่า

- หากมื้อนั้นมีอาหารที่กินสด ผักสด ข้าวเหนียว(ใช้มือจับ) ก็ต้องทำของสดก่อน แล้วทำเนื้อสัตว์ทีหลัง
- หลังทำอาหารทุกครั้ง พื้นที่อ่างต้องแห้ง ฟองน้ำต้องแห้ง ผ้าเช็ดมือต้องแห้ง
- ต้องล้างมือ 7 ขั้นตอนอย่างถูกวิธี และหากใช้ผ้าเช็ดมือต้องแห้งหรือเปลี่ยนบ่อยๆ
- ที่วางจานที่ล้างเสร็จแล้ว ควรอยู่ห่างจากอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ ... ห่างแค่ไหนไม่รู้ แต่กระเด็นได้เป็นเมตร
- อาหารเด็กเล็ก ขวดนมเด็กทารก ต้องไม่มีการเตรียมหรือชงหรือล้างใกล้ๆอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ ...



Credit:http://variety.teenee.com/

Thursday, July 28, 2016

แจกสูตร "ต้มยำกุ้งเม็ดแมงลัก" อาหารสุขภาพ

เมนูเม็ดแมงลัก จะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มหรือขนมหวานอีกต่อไป จับไปโยนใส่หม้อต้มยำกุ้งแซ่บ ๆ ตักซดร้อน ๆ อิ่มอร่อย ประโยชน์แน่นเต็มถ้วย




           เม็ดแมงลัก  ธัญพืชที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในกลุ่มคนอยากผอมกันอย่างครึกโครม ด้วยความที่กินน้อยแต่อิ่มนาน ให้พลังงานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ใคร ๆ ก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา แต่เชื่อว่าหลายคนเคยแต่กินเม็ดแมงลักแช่น้ำบวม ๆ แล้วนำไปทำเป็นเครื่องดื่มและของหวาน แต่วันนี้กระปุกดอทคอมจะจับมาทำอาหารคาวดูบ้างโดยการนำไปฟีเจอริ่งกับอาหารประจำชาติไทยอย่าง ต้มยำกุ้งน้ำใส กลายมาเป็นเมนูต้มยำกุ้งแมงลัก สูตรจาก  นิตยสารแม่บ้าน  แต่ว่ารสชาติจะออกมาเป็นแบบไหน จะถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพสักแค่ไหน ต้องลองทำดู

 ส่วนผสม

          กุ้งสด 5 ตัว (ปอกเปลือกผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก)
          เห็ดฟาง ผ่าครึ่ง 5-6 ดอก
          น้ำซุป 1 1/2 ถ้วยตวง
          ตะไคร้หั่นแฉลบ 1 ต้น
          ใบมะกรูดฉีก 1 ใบ
          ใบแมงลัก 1/2 ถ้วยตวง
          เมล็ดแมงลัก 1 ช้อนชา (ล้างแช่น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ)
          น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
           พริกขี้หนูสวนบุบ 10-12 เม็ด

วิธีทำ

           1. ล้างเมล็ดแมงลักให้สะอาด แช่ในน้ำเปล่าเตรียมไว้

           2. ต้มน้ำซุป พอเดือด ใส่ตะไคร้ น้ำปลา เห็ดฟาง และกุ้งสดลงไป พอกุ้งสุก ใส่ใบแมงลักและใบมะกรูดตามลงไป

           3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว ใส่พริกขี้หนูและเมล็ดแมงลัก ยกลง ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟขณะร้อน ๆ

          หรือใครที่ไม่ได้ลดน้ำหนักแต่อยากจะลองลิ้มชิมรสเมนูแปลกใหม่ที่แฝงไปด้วยประโยชน์คับถ้วยอย่างต้มยำกุ้งเม็ดแมงลักถ้วยนี้ก็จัดไปเลย ไม่ว่ากัน ก็ของดี ๆ ทั้งนั้น


Credit:http://www.doo .com/news13993.html

รวมร้าน “ปูไข่” อร่อยลืมอิ่ม ที่คุณต้องลอง!

รวมร้าน “ปูไข่” อร่อยลืมอิ่ม ที่คุณต้องลอง!นนี้พวกเราทีมงาน Paapaii.com ขอสนองความต้องการของตัวเองด้วยการนำเสนอ สกู๊ปพิเศษ ที่รวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่มีจุดขายตรง “ปูไข่” มาแนะนำกัน





อย่างที่เรารู้กันดีครับว่า คลองโคน สมุทรสงคราม เป็นแหล่งรวบรวมร้านปูไข่ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของเมืองไทย  หลายๆ คนคงรู้จักคลองโคนกันแล้วจากรูปปูไข่ที่แพร่หลายในโลกโซเชียล ที่นี่มีร้านดังๆ ตั้งเรียงรายอยู่มากมายเลยครับ ยิ่งได้เห็นภาพที่ใครๆ ก็พาเหรดกันโพส ยิ่งทำให้อยากไปโดนสักครั้ง

แม้ใครจะบอกว่าปูไข่ที่ไหนก็มีกิน แต่ผมว่าความฟินคงไม่เท่าได้กินที่คลองโคนแล้วเช็คอินขึ้น Facebook แน่นอน!!

มาดูกันครับ วันนี้ผมจะพาไปทำความรู้จักร้านไหนกันบ้างครับ?

1. ร้านถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

สำหรับร้านแรกที่มีชื่อว่า “ร้านถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์” เป็นอีกหนึ่งร้านดังแห่งคลองโคน ใครอยากหาร้านอาหารอร่อยๆ กินในช่วงวันหยุดก็แวะมาที่ร้านนี้ได้ แนะนำว่าควรโทร.ไปจองล่วงหน้า เพราะเดี๋ยวไปแล้วไม่มีโต๊ะต้องรอคิวนาน

ปูไข่

ร้าน ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

ปูไข่

ร้าน ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

ร้าน ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

ร้านถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ เป็นทั้งร้านอาหารและเปิดโฮมสเตย์ให้เช่า ในส่วนของร้านอาหารนั้นเป็นร้านตั้งอยู่ริมน้ำ ภายในร้านมีเนื้อที่ค่อนข้างกว้าง นั่งสบาย อาหารก็อาหารอร่อย วิวสวย บรรยากาศเลิศ เจ้าของน่ารัก

ปูไข่

ร้าน ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

นอกจากเมนู ปูไข่เน้นๆ เนื้อแน่น ซึ่งเป็นไฮไลท์ของร้านแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูอาหารทะเลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กรรเชียงนมสด, กั้งไข่, หลนปูไข่  และอาหารทะเลอื่นๆ ไว้ค่อยบริการมากมาย ทุกอย่างรับรองความสด และความอร่อยและราคาไม่แพงอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด: 10.00-22.00

โทรศัพท์: 081 995 0522

FB:  ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

2. ร้านลุงเก้ง ซีฟู้ด คลองโคน สมุทรสงคราม

มาต่อกันที่อีกร้านครับร้านอาหารเก่าแก่ของคลองโคน “ลุงเก้ง ซีฟู้ดส์” ร้านอาหารทะเลที่ตั้งอยู่ริมคลองโคน ที่ร้านมีมุมริมน้ำให้ได้เลือกนั่งมากมาย ทานของอร่อยไปพร้อมชมวิวสวยๆ พร้อมบรรยากาศรอบๆ ไป สำหรับที่นี่ถือว่าค่อนข้างชิลล์ไม่แพ้ร้านไหน

ตัวร้านเป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก หากใครกลัวจะเดินทางไปร้านไม่ถูก ก็จำง่ายๆ ว่าร้านตั้งอยู่ ใกล้ๆ กับวัดคลองโคน

ร้านลุงเก้ง ซีฟู้ด คลองโคน

ร้านลุงเก้ง ซีฟู้ด คลองโคน สมุทรสงคราม

สำหรับอาหารที่หากใครมาก็ต้องสั่งมาลองคงหนีไม่พ้น ปูไข่ มาคลองโคนก็ต้องโดนปูไข่ อาหารทะเลทุกอย่างของที่ร้านสด ขนาดคัดมาอย่างดีเพราะฉนั้นรับรองว่าใหญ่แน่นอน

ส่วนเมนูแนะนำอื่นๆ ที่อยากให้ได้ลองทานกันก็มี แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดองใส่ใบชะคราม ผักพื้นบ้านที่ขึ้นที่คลองโคน

ปูไข่

ร้านลุงเก้ง ซีฟู้ด คลองโคน สมุทรสงคราม

ใครชอบกินอาหารทะเลสดถูกอร่อยแน่ะนำร้านนี้เลย

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา  09.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์: 0861788296

FB: ร้านลุงเก้ง ซีฟู้ด คลองโคน สมุทรสงคราม



3.  ครัวผู้ใหญ่จอย อาหารทะเล คลองโคนแม่กลอง

ครัวผู้ใหญ่จอย ร้านอาหารทะเลเจ้าอร่อยและขึ้นชื่ออีกร้านอีกร้านนึงในคลองโคน ตัวร้านอยู่เลยวัดไประมาณ 50 เมตร ร้านอยู่ด้านซ้ายมือ จะเห็นตัวร้านอาหารอยู่กลางน้ำ บรรยากาศดีมากมีลมพัดผ่านตลอดเวลา นั่งทานสบายไม่ต้องเร่งรีบ(กินลมชมวิวกันไป)

ปูไข่

ครัวผู้ใหญ่จอย อาหารทะเล คลองโคนแม่กลอง

ครัวผู้ใหญ่จอย อาหารทะเล คลองโคนแม่กลอง

ครัวผู้ใหญ่จอย อาหารทะเล คลองโคนแม่กลอง

นอกจากปูทะเลเนื้อหรือไข่ที่ทุกโต๊ะต้องสั่งมาทานกันแล้วนั้นที่ร้านยังมีอาหารแนะนำอื่นอีกหลากหลาย แต่ละอย่างล้วนอร่อยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นหอยแครง, ปลากระบอกต้มส้ม, ยำผักชะครามกุ้ง หมึกแดดเดียว ให้ได้เลือกมาลองกัน

ที่ร้าน ครัวผู้ใหญ่จอย นั้นเน้นคัดสรรวัตถุดิบทุกอย่างให้มีความสด สะอาดเสมอ ส่วนเรื่องราคานั้นราคาก็ไม่แพงมากหากใครกำลังอยากท่านปูไข่ ครัวผู้ใหญ่จอย เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำ



เวลาเปิด-ปิด: 9.00-20.00 น.

โทรศัพท์: 085-1843410 ผู้ใหญ่ธีระ (จอย)

FB: ครัวผู้ใหญ่จอย



4. กบซีฟู้ด คลองโคน สมุทรสงคราม

เป็นอีกร้านชื่อดังแห่งคลองโคน “กบซีฟู้ด คลองโคน” เป็นตัวเลือกของคนที่ชอบทานปูไข่ และอาหารทะเล ตัวร้านตั้งอยู่ริมน้ำบรรยากาศชิลล์ๆ นั่งรับลมเย็นๆ

ที่นี่มีปูทะเลก้ามโตเนื้อเน้นตัวใหญ่ ไข่ทะลักสดๆ ไว้ค่อยบริการ สำหรับใครที่ต้องทานอาการทะเลอย่างอื่นทางร้านเค้าก็มีไว้บริการเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ปลากะพงทอดน้ำปลา, ปลาสดเนื้อฟูนุ่ม ยำไข่ปู ปลาทูต้มส้ม กุ้งอบน้ำผึ้ง หอยนางรมทรงเครื่องและอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าเมนูซีฟู้ดเยอะจริงๆ

เวลาเปิดปิด: ทุกวัน 10.30-20.00 น.

โทรศัพท์: 085-142-6756, 086-178-8296 (ต้องจองล่วงหน้า)

5. ร้านเกษร คลองโคลน

ร้านดังแห่งคลองโคนบรรยากาศริมน้ำชิลล์ๆ ลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การไม่ต้องรีบทำให้กินได้เยอะมาก 55 เมนูซีฟู้ดเยอะเลยแถมสดใหม่ น้ำจิ้มเด็ด เมนูที่ห้ามพลาด เช่น ยำไข่ปู, ปลาทูต้มส้ม, กุ้งอบน้ำผึ้ง, หอยนางรมทรงเครื่อง, ปลาหมึกผัดกะปิและปิดท้ายด้วยเมนูประจำของร้านอาหารที่นี่ ไม่ว่าร้านไหนๆ ก็ต้องมีนั้นคือ ยำใบชะครามกุ้ง  แต่เมนูเด็ดที่มาแล้วต้องสั่งนั้นคือ “ปูทะเลไข่นึ่ง”



ร้านเกษร คลองโคลน เป็นร้านอาหารบรรยากาศริมน้ำ ตรงข้ามวัดคลองโคน ที่นักชิมบอกกันปากต่อปากว่า อร่อย และราคาไม่แพง



เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10:00 – 21:00 น.

โทรศัพท์: 087-036-0556

     

เห็นหน้าตาปูไข่แต่ละร้านแล้วน้ำลายสออยากตามไปกินเลยใช่ไหมเพื่อนๆ เ บอกเลยว่าเป็นเจ้าดังและอร่อยในระดับที่ประทับใจแน่นอน



เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับรายชื่อร้านอาหารที่เรานำมาฝากกันในวันนนี้ เชื่อว่าหลายคนอ่านจบ แล้วได้เห็นหน้าตาของปูไข่แต่ละร้านแล้วคงน้ำลายสอ และกำลังมองหาวันหยุดเพื่อไปตามรอยทีมงาน Paapaii แน่นอน



เอาเป็นว่าหากใครชอบกินอาหารทะเลสดๆ หรือปูไข่เนื้อแน่นๆ รายชื่อร้านทั้งหมดที่เราคัดสรรมาฝากในวันนี้นั้นไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน รับรองเรื่องความสด และอร่อยทุกร้าน(ไปถึงแล้วก็เลือกเอาครับ อยากได้ร้านไหน?)



ข้อดีของอาหารทะเลแถวนี้ คือ สด และราคาไม่แพง แต่หากใครไม่ลำบากเรื่องต้องทำงาน แนะนำว่ามาวันธรรมดาจะดีกว่าวันหยุดครับ แล้วอย่าลิมหาโอกาสมาตามรอยมาสัมผัสความอร่อยกันได้นะครับ

Credit:http://travel.sanook.com/1398989/

น้ำจิ้มรสเด็ด 2 สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้น รสแซ่บ เจอแบบนี้ซื้อลูกชิ้นมารอเลย

น้ำจิ้มรสเด็ด 2 สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้น รสแซ่บ เจอแบบนี้ซื้อลูกชิ้นมารอเลย



น้ำจิ้มลูกชิ้น สูตรที่ 1

ส่วนผสม

           พริกแห้งเม็ดใหญ่
           รากผักชี
           กระเทียม
           พริกโขลกละเอียด (หากเป็นพริกกะเหรี่ยงได้ยิ่งดี เน้นให้เผ็ดด้วยนะ ความเผ็ดจะอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่พริกแห้ง)
           มะเขือเทศลูกใหญ่ 6-7 ลูก (มะเขือเทศจะให้ความเข้มข้นของตัวน้ำจิ้มและให้รสนัวอร่อยด้วย)
           น้ำตาลปี๊บ
           น้ำตาลทราย
           น้ำส้มสายชู 4 ทัพพี (ใส่เพิ่มทีหลังได้)
           เกลือป่น
           มะขามเปียก (แบบเอาเม็ดออก) 2 ปั้น

หมายเหตุ:ส่วนผสมทุกอย่างกะตามปริมาณเอานะค่ะ




Credit: dhttp://www. thank you tpcom/news1927.html

แจกฟรีสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรนี้ใส่ผักชีและน้ำตาลปี๊บ ทำกินก็อร่อย ทำขายก็โอเค

แจกฟรีสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรนี้ใส่ผักชีและน้ำตาลปี๊บ ทำกินก็อร่อย ทำขายก็โอเค




อาหารทะเลมื้อไหน ๆ ก็ต้องมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด สูตรนี้ใช้ความหวานละมุนจากน้ำตาลปี๊บ และใส่เกลือแทนน้ำปลา ปรุงออกมาครบรส ทั้งเผ็ด เค็ม เปรี้ยว และหวาน เวลาจิ้มกับกุ้งเผาจะได้ลิ้มรสผักชีหอม ๆ อีกด้วย

 ส่วนผสม

           น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม

           เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

           น้ำร้อน 3 1/2 ถ้วย

           น้ำมะนาว 4 ถ้วย

           พริกขี้หนู 200 กรัม

           กระเทียมไทย 200 กรัม

           ผักชี 200 กรัม

 วิธีทำ

           1. ใส่น้ำตาลปี๊บลงในอ่างผสม ตามด้วยเกลือและน้ำร้อน คนให้เข้ากันจนให้น้ำตาลปี๊บละลายเป็นน้ำ จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน

           2. เทส่วนผสมน้ำที่ผสมไว้ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยพริกขี้หนู กระเทียม และผักชี ปั่นให้เข้ากันตามความละเอียดที่ต้องการ ตักใส่ขวดโหลแก้ว หรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด





Credit:http://www.today thainews.com/news4704.html

ลูกชิ้นหมูเด้ง" ทำทานเอง อร่อย ปลอดภัยชัวร์ พร้อมแบ่งปันสูตร ง่ายๆ.....

ลูกชิ้นหมูเด้ง" ทำทานเอง อร่อย ปลอดภัยชัวร์ พร้อมแบ่งปันสูตร ง่ายๆ.....



 ส่วนผสม

1. หมูบด(แช่เย็นจัด) 1 กิโลกรัม
2. น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย
3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือป่น 2 ช้อนชา
6. แป้งข้าวโพด 4 ช้อนโต๊ะ
7. พริกไทยขาวป่น 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
9. ผงฟู 10 กรัม
10. ผงชูรส หรือ รสดี 2 ช้อนชา



‎วิธีทำ

1. ผสมน้ำเย็นจัดกับ น้ำปลา, น้ำตาลทราย, เกลือป่น, แป้งข้าวโพด, พริกไทย, น้ำมันพืช, ผงฟู คนให้เข้ากันเตรียมไว้ค่ะ
2. ใส่เนื้อหมูบดลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วค่อยๆเทส่วนผสมของเหลวเมื่อครู่ที่เตรียมไว้ลงไป ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ
3. ตักเนื้อหมูบดใส่ภาชนะปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าช่องฟิตตู้เย็น 20 นาที (การแช่เย็นก่อนนำไปต้มทำให้ลูกชิ้นเด้งดึ๋งค่ะ)
4. ต้มน้ำในหม้อจนร้อน แต่ไม่ให้เดือดนะคะ(ถ้าน้ำเดือดทำให้ผิวลูกชิ้นไม่เรียบ และมีฟองอากาศข้างในลูกชิ้นค่ะ)
5. บีบลูกชิ้นใส่หม้อ(บีบด้วยมือนะค่ะ) รอลูกชิ้นลอยขึ้นก็ทำการตักขึ้น เอามาลงน้ำเย็นจัดเลยค่ะ (ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆนะคะเพื่อให้ลูกชิ้นเด้งค่ะ)
6. แช่ในน้ำเย็น 4 - 5 นาที ก็นำกระชอนมาช้อนลูกชิ้นไปพักให้สะเด็ดน้ำค่ะ จากนั้นพร้อมนำไปรับประทานค่ะ จะปิ้ง ย่าง ทอด ตามสบายเลยจร้า ( ทานไม่หมดเก็บแช่ฟิตไว้ ได้เป็นเดือนนะค่ะ)

Credit:today thai news

Wednesday, July 27, 2016

"ทาโกะยากิ" สูตรแป้งกรอบนอกนุ่มใน วิธีทำ"ทาโกะยากิ" ( สูตรนี้ทำได้ประมาณ 40-50 ลูกนะค่ะ)

"ทาโกะยากิ" สูตรแป้งกรอบนอกนุ่มใน วิธีทำ"ทาโกะยากิ" ( สูตรนี้ทำได้ประมาณ 40-50 ลูกนะค่ะ)



ส่วนผสม

1. เกลือ 1 ช้อนชา
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. ผงดาชิ 1 ช้อนชา
4. น้ำตาลทราย1 ช้อนชา
5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
6. แป้งสาลี 200 กรัม(ถ้าอยากจะให้แป้งนุ่มกว่าเดิมให้ใช้แป้งเค้กนะค่ะ เเละที่สำคัญเวลาผสมแป้งอยากให้แป้งข้นมากเกินไปนะค่ะ จะทำให้ทาโกะเราด้านค่ะ)
7. น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร (ml)

 ผงดาชิคืออะไรคะ?
ตอบ  ผงปลาเเห้งค่ะ ง่ายๆก็คือผงชูรสญี่ปุ่นค่ะ(ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ) หาซื้อที่เเมคโคร ค่ะ




ส่วนผสมอื่นๆ

หนวดปลาหมึก (ทาโกะ) ต้นหอม กระหล่ำปลี แครอท ปูอัด(  หั่นฝอย)
ซอสกินกับทาโกะยากิ  คือ มายองเนส ทงคัสสึผสมกับซอสมะเขือเทศ ผงปลาแห้ง สาหร่าย

วิธีทำ

1. เตรียมถ้วยผสม ใส่แป้ง ไข่ไก่ เกลือ ผงฟู น้ำตาลทราย ผงดาชิ เติมน้ำทีละน้อยแล้วคนช้าๆอย่างสม่ำเสมอจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี พักไว้
2. หั่นหนวดปลาหมึกเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นกระหล่ำปลี แครอท เป็นเต๋าเล็กๆ แล้วนำไปผสมกับแป้งที่เราได้เตรียมไว้
3. เตรียมเตาทำทาโกะยากิ ใส่น้ำมันพืช เทส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ลงไปในเตา รอทาโกะขึ้นฟู
4. ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นพลิกทาโกะยากิไปมาให้สุกจนมีสีน้ำตาลอ่อนโดยทั่วทั้งลูก
5. นำใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่าย และปลาแห้งญี่ปุ่นด้านบนทาโกะยากิ เสริฟร้อนๆ

หมายเหตุ*** ประยุกต์ใช้กระทะก้นแบนทำเป็นแพนเค๊กทาโกะ  จะกลายเป็นพิซซ่าญี่ปุ่นค่ะ

Credit:http://wwwthailand food .com/news5682.html

แจกสูตรน้ำพริกกะปิ 4 สูตร อร่อยสุดยอด ชนิดที่ไม่ผิดหวังแน่นอน

แจกสูตรน้ำพริกกะปิ 4 สูตร อร่อยสุดยอด ชนิดที่ไม่ผิดหวังแน่นอน



น้ำพริกกะปิ (สูตร 1)


เครื่องปรุง
กะปิห่อใส่ใบตองเผาไฟพอหอม 300 กรัม
กุ้งแห้งป่น 200 กรัม
กระเทียมสดแกะเปลือก 100 กรัม
พริกขี้หนูสวน 50-70 กรัม
มะเขือเปราะเอาเมล็ดออกซอยเป็นเสี้ยว ๆ 50 กรัม
มะอึกซอยละเอียด 50 กรัม
น้ำมะนาว 6-8 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 3-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
นำกะปิโขลกกับกระเทียม พริกขี้หนู พอเริ่มละเอียดใส่กุ้งแห้งป่นโขลกต่อให้เข้ากัน
ใส่มะเขือเปราะ มะอึก ใช้สากค่อย ๆ โขลกเบา ๆ เคล้าให้เข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีบให้ทั้งสามรสคลอ ๆ กันไป หวานตามหลังนิดหน่อย
บางรายใส่ผิวมะนาวซอยละเอียดลงไปก็ได้กลิ่นหอมของผิวมะนาว
รสออกขมฝาดนิด ๆ แต่ก็กลมกลืนกับกะปิและรสชาติรวม ๆ ของน้ำพริก
บางรายใส่มะม่วงสับ มะขามอ่อนแล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูมะนาวแพง
แต่เป็นช่วงที่มะม่วงออกสู่ตลาดจึงใช้ความเปรี้ยวของมะม่วงแทนได้
โดยซอยสับแบบมะละกอส้มตำ หากให้มีกลิ่นหอมใส่แมงดาลงไปก็ดี

น้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่น ๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด
แนมด้วยผักสด ผักทอด ผักทอดชุบไข่ ผักต้ม น้ำพริกกะปิ
หากใครทำอร่อยจริงๆ ขายได้แน่นอน เพราะวิถีชีวิตไทยกับน้ำพริกกะปิขาดกันไม่ได้
น้ำพริกพื้นบ้านที่นิยมรับประทานมากที่สุด คนไทยทุกคนรู้จักมีการประยุกต์
เพื่อความเหมาะสมตามแต่วัตถุดิบที่มีในครัว ไม่ถือเป็นกฏตายตัว
เช่น บางรายใส่มะอึก มะเขือเปราะซอยหรือมะเขือพวงบุบพอกแตกช้ำ ๆ
ผิวมะนาวซอยละเอียดซึ่งแต่ละอย่างที่ใส่ไปให้รสชาติใกล้เคียงกัน

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน
น้ำพริกกะปิ (สูตร 2)


เครื่องปรุง
กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมปอกเปลือกแล้วซอยหยาบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูเด็ดก้าน 1 ช้อนชา
มะอึกสุกหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกกระสังข์ใส้ใน ซอย (ไม่ใส่ก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 2-3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. โขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่กุ้งแห้งโขลกรวมกัน ใส่พริกขี้หนู มะอึก ระกำ มะเขือพวง
ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลาและน้ำมะนาว ชิมรสตามต้องการ

2. รับประทานกับผักต้มราดกะทิ เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว หน่อไม้ ตำลึง ผักกระเฉด ฯลฯ
หรือผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือสด ผักบุ้ง กระถินหรือผักชุบไข่ทอด เช่น ชะอม มะเขือยาว

3. จัดแนมกับน้ำพริกคือ ปลาทูทอด ปลาช่อนทอด ปลาดุกย่าง


หมายเหตุ
ใช้มะม่วงดิบซอยแทนมะนาวหรือมะดันซอย หรือมะขามอ่อน ตามแต่ฤดูกาล
น้ำพริกกะปิกุ้งนา

เครื่องปรุง
พริกขี้หนูแห้ง 200 กรัม
หอมแดง 300 กรัม
กระเทียม 150 กรัม
กะปิใส่ใบตองเผาพอหอม 5 ช้อนโต๊ะ
มะขามเปียก 300 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งนาต้มสุก 300 กรัม
น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
– นำพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียมแกะเปลือก ล้างแล้วนำไปคั่วน้ำมันพอเริ่มสุก นำขึ้นพักไว้
และนำมะขามมาละลายน้ำ
– นำกุ้งนาที่ต้มแล้ว ค่อย ๆ โขลกละเอียด
– นำพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ โขลกด้วยกันจนละเอียด แล้วนำไปผัดน้ำมันจนหอม
จึงใส่กุ้งนาที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ผัดต่อไปจนได้ที่ สังเกตดูจะเป็นเนื้อเดียวกับน้ำพริก
จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ เกลือตามใจชอบ
จะได้น้ำพริกกุ้งนา สามารถเก็บไว้ได้นานในตู้เย็น
รับประทานกับผักสดเช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วพู กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
และถ้าจะรับประทานกับผักต้มก็ได้

เป็นน้ำพริกกะปิทั่วไปแต่ใส่กุ้งนาก็คือกุ้งฝอย มีตามหนองน้ำใหญ่ ๆ กลางทุ่งท้องนา
โดยจะอยู่ชาย ๆ ตลิ่งนำมาโขลกแล้วเข้ากับเครื่องน้ำพริก
ให้รสชาติที่กลมกลืนเข้มข้นมากกว่าน้ำพริกกะปิธรรมดา

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน
น้ำพริกกะปิดี


เครื่องปรุง
กะปิดี (ห่อใบตองเผา) 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 1 หัว
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
น้ำมะนาว 1 ผล
น้ำปลาด 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
มะเขือพวง 10 เม็ด
มะอึกขูดขน (หั่นละเอียด) 1 ลูก

วิธีปรุง
นำกะปิ กระเทียม พริกขี้หนูใส่ครก โขลกแตกไม่ต้องละเอียดนักก็ได้
ใส่มะอึก มะเขือพวงตามลงไป โขลกพอบุบให้แตกเล็กน้อย
เสร็จตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามต้องการ
รับประทานกับผักสดหรือข้าวสวยร้อน ๆ แถมปลาทูทอดตัวสวย ๆ สักตัวก็เข้ากันดีทีเดียว


Credit:http://sabay..com/2016/06/4.html

สูตร "น้ำจิ้มลูกชิ้น " รสเด็ด ทำกินอร่อย ทำขายลูกค้าติดใจ เอาสูตรไปเลย>>>

สูตร "น้ำจิ้มลูกชิ้น " รสเด็ด ทำกินอร่อย ทำขายลูกค้าติดใจ เอาสูตรไปเลย>>>



วัตถุดิบ

1.น้ำตาลมะพร้าว 200 กรัม
2.นำ้ตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำมะขามเปียกเข้มข้น 1/2 ถ้วยตวง
(เนื้อมะขาม+น้ำร้อน 1/2 ถ้วยตวง แช่เอาไว้ พออุ่นๆบีบคั้น กรองเอาแต่น้ำ)
4.เกลือ 1/2 ช้อนชา
5.พริกแดง 5 เม็ด
6.พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด (เอาใส้และเมล็ดออก ซอยให้เล็กลง)
7.กระเทียมดอง 3 หัวเล็ก
8.น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ
9.กระเทียมจีน 6 กรีบ
10.แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ(ละลายกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ)
11.พริกคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ หรือความเผ็ดตามชอบ
12.รากผักชี 3 ราก
13.ต้นผักชี 1 ต้น

ขั้นตอนวิธีทำ

1. พริกแดง+พริกชี้ฟ้า+กระเทียม+รากผักชี+หัวกระเทียมดอง+น้ำกระเทียมดอง
นำไปปั่นรวมกันให้ระเอียด พักไว้
2.น้ำ 2 ถ้วยตวง+น้ำตาลทราย+น้ำตาลมะพร้าว+เกลือ
ยกขึ้นตั้งไฟกลางไปทางอ่อน เคี่ยวให้น้ำตาลละลายดี หมั่นคนเป็นระยะ ปรับเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้น้ำซอสข้นขึ้น
3.ใส่พริกที่ปั่นเอาไว้ คนให้เข้ากัน เคี่ยวไปอีกสักพักให้พริกกระเทียมสุก
(ขั้นตอนนี้ให้ชิมรสดูตามชอบนะคะ ให้มีรสหวาน เปรี้ยว และเค็มตาม ถ้าเปรี้ยวไปให้เติมน้ำตาล ขาดเหลือให้ปรุงรสตามชอบค่ะ)
4.ใส่พริกป่น ความเผ็ดตามชอบนะคะ
5.เมื่อเคี่ยวน้ำจิ้มเข้ากันดีแล้ว ค่อยๆใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ความเหนียวหนืดตามชอบ คนให้เข้ากัน (เมื่อน้ำจิ้มเย็นความเหนียวจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย)
6.ปิดไฟ ใส่ต้นผักชีซอย พร้อมเสริฟ

สูตรการปิ้งลูกชิ้น

1.นำลูกชิ้น ไปลวกในน้ำร้อน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ และนำมาเสียบไม้ บั้งให้พอสวยงาม ปิ้งด้วยไฟกลางไปทางอ่อน พร้อมเสริฟ ทานคู่กับน้ำจิ้ม ผักสดตามชอบ


Credit:http://www.good luck news com/news2231.htm

Tuesday, July 26, 2016

สูตรทำ"แหนม"ทำทานเองหรือจำหน่าย มี 2 สูตร สร้างรายได้...

สูตรทำ"แหนม"ทำทานเองหรือจำหน่าย มี 2 สูตร สร้างรายได้...




สูตรที่ 1


     - เนื้อหมู 1 กิโลกรัม
     - หนังหมู 30 กรัม
     - ข้าวเหนียวสุก 100 กรัม
     - กระเทียม 100 กรัม
     - เกลือ 20 กรัม
     - เกลือไนเตรท ไนไตรท์ (ผงเพรก) 0.5 กรัม



สูตรที่ 2

     - เนื้อหมู 12 กิโลกรัม
      - หนังหมู 7 กิโลกรัม
     - เกลือ 400 กรัม
     - เกลือไนเตรท ไนไตรท์ (ผงเพรก) 40 กรัม
     - รีกัลเบส 40 กรัม
     - น้ำตาลทราย 40 กรัม
     - กระเทียม 800 กรัม
     - ข้าวเหนียวสุกหรือข้าวสวย 500 กรัม
     - พริกขี้หนูสวน 500 กรัม


ธีทำวิ

 นำเนื้อบดแล้วผสมเครื่องปรุง คือ เกลือ ข้างสุก รีกัลเบส โซเดียมไนเตรท ไนไตรท์ น้ำตาลทราย กระเทียมตามสูตร นวดจนเหนียวหรือเป็นก้อนไม่ติดมือ แล้วเติมหนังหมู และนวดต่อให้ เข้ากัน สำหรับแหนมบางชนิดมีการเติมพริกขี้หนูเพื่อให้มีรสเผ็ด

แหนมเมื่อนวดได้ที่แล้วนำไปปั้นเป็นก้อน ห่อด้วยพลาสติกหรือห่อด้วยใบตองกล้วยสด มัดให้ แน่นด้วยยาง เชือก หรือตอก (ถ้าใช้ใบตองกล้วยสด) เพื่อไล่อากาศภายใน

Credit:http://www thaif oodtclip.com/news6178.html

Labels